Mesofat เมโสแฟต คืออะไร - ทำไมถึงทำให้หน้าเรียวขึ้นได้?

Last updated: Sep 3, 2019  |  320 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระน่ารู้ ความงาม

Mesofat เมโสแฟต คืออะไร - ทำไมถึงทำให้หน้าเรียวขึ้นได้?

เมโสแฟต (Meso Fat)

คือ ทางลัดในการนำตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว ด้วยการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน โดยมีสารออกฤทธิ์หลักๆ คือ Artichoke extract (Cynara scolymus) ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน เหมาะกับคนที่น้ำหนักตัวเกิน ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ต้องการลดเซลลูไลท์

เมโสแฟต สกัดจากธรรมชาติโดยส่วนใหญ่ โดยตัวยาในกลุ่มของ Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals ซึ่งเป็นสารสกัดจากถั่วเหลือง ไข่แดงและวิตามินอีกหลายชนิด

เมื่อฉีดเข้าไปยังบริเวณที่มีการสะสมของไขมัน ก็จะไปกระตุ้นระบบการทำงานของ metabolism ซึ่งเป็นกลไลการเร่งการสลายไขมันตามธรรมชาติของร่างกาย นอกจากนี้ เมโสแฟตที่มี L-carnitine ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน(fat burn) จึงมีสรรพคุณย่อยสลายไขมันส่วนเกินและเซลลูไลท์ที่สะสมในชั้นไขมันได้อย่างตรงจุด

เมโสแฟต จะทำให้ไขมันแตกตัวและกระตุ้นให้ไขมันที่สะสมอยู่ถูกปล่อยออกมาในรูปของไขมันเหลวซึ่งจะถูกขับออกมาตามกลไกการขับของเสียตามธรรมชาติ โดยจะปะปนมากับเหงื่อ ปัสสาวะและอุจาระ

เมโสแฟตจึงเป็นวิธีการสลายไขมันและขับออกจากร่างกายแบบถาวร ไม่มีผลกระทบกับร่างกายหลังจากการฉีดเมโสแฟต สังเกตได้ว่าบริเวณที่ได้รับการฉีด เนื้อเยื่อโดยรอบจะแข็งแรง มีความกระชับมากขึ้น

Meso Fat ช่วยในเรื่องใดบ้าง

เมโสแฟต (Meso Fat)  มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมัน กลไกการออกฤทธิ์ของเมโสแฟต จึงช่วยเรื่องการขับไขมันออกจากร่างกายกระบวนการฉีดเมโสแฟต แพทย์จะฉีดเมตโสแฟตเข้าสู่ผิวหนัง ลึกเข้าไปในชั้นไขมันโดยคำนวณปริมาณเมโสแฟตที่เหมาะสมในการฉีดให้กับคนไข้

การฉีด Meso Fat แต่ละจุดจะใช้เทคนิคของการทำ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ในการนำตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมัน

การทำ Meso Fat ใช้กับบริเวณใดบ้าง

ลดไขมันส่วนเกินที่พุง หน้าท้อง ทำให้หน้าท้องแบนราบและดูกระชับมากขึ้น
ลดไขมันที่แก้ม ทำให้หน้าดูเรียวแลดูเล็กลง
ลดไขมันที่คาง (เหนียงบริเวณใต้คาง) เพื่อลดคางสองชั้น
ลดไขมันที่ต้นแขน ต้นขา ทำให้แขน ขา ดูเรียวเล็กลง
ลดไขมันที่น่อง แต่ส่วนมากที่น่อง มักจะเป็นกล้ามเนื้อซึ่งต้องใช้โบท็อกซ์ในการลด
ลดไขมันที่จมูก ร่วมกับการทำโบท็อกซ์ลดปีกจมูก (ปีกจมูกดูบาน) ทำให้เล็กลง
ลดไขมันที่หนังตาบน และถุงใต้ตา (สามารถทำได้ในคนอายุน้อยๆไม่เกิน35ปี ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสมในการทำ)
การฉีดเมโสแฟต ต่างจากการฉีด โบท็อกซ์ (Botox) อย่างไร?

โบท็อกซ์ คือ การฉีดสาร “Botulinum Toxin A” โบท็อกซ์จึงตอบโจทย์ คนไข้ที่มีลักษณะของกรามค่อนข้างใหญ่ และคนไข้ที่ต้องการฉีดเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อส่วนกราม ให้ใบหน้าเรียวขึ้น และดูเล็กลง  

เนื่องจากโบท็อกซ์ออกฤทธิ์โดยตรง เข้าทำงานในส่วนของกล้ามเนื้อ เป็นโปรตีนที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานสักระยะนึง จะฝ่อหดเล็กลงชั่วคราวประมาณ 6-8 เดือน ทำให้เนื้อยุบลงโบท็อกซ์จึงเหมาะสมกับคนไข้ที่ต้องการฉีดเพื่อปรับแก้ไขรูปหน้า  

โบท็อกซ์ช่วยด้านการลดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ เช่น ริ้วรอยบริเวณหัวคิ้ว ที่เกิดจากการขมวดคิ้ว หรือ รอยย่นบริเวณจมูก และริ้วรอยข้างแก้มจากการฉีกยิ้ม โบท็อกซ์จะใช้ได้ผลดีกับริ้วรอยที่เป็นลักษณะร่องลึก

การเตรียมตัวก่อน ฉีดเมโสแฟต

คนไข้ต้องเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจ-ประเมินสภาพใบหน้า แจ้งประวัติการแพ้ยา และโรคประจำตัว
ก่อนเข้ารับการฉีดเมโสแฟต 48 ชั่วโมง จะต้องงดยาในกลุ่มของ แอสไพริน, NSAIDs และ Dipyridamol
คนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีเมโสแฟต ควรเรียนรู้ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ การทำเมโสแฟตโดยละเอียด ทั้งกระบวนการ ขั้นตอนการปฏิบัติตัว (ก่อนและหลัง) เพื่อประสิทธิภาพของการฉีดเมโสแฟต ให้ได้ผลเต็มประสิทธิภาพ
ข้อควรปฏิบัติหลังทำ Meso fat มีดังนี้

การฉีดเมโสแฟตช่วยสลายไขมัน หลังการฉีดเมโสแฟตไขมันส่วนใหญ่ จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นหลังได้รับการฉีดเมโสแฟต ควรดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อให้น้ำช่วยในการขับไขมันส่วนเกินที่ถูกสลาย ให้ออกไปจากร่างกายมากยิ่งขึ้น

แนะนำให้ทำ RF (การนวดยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่อง RF – Radio Frequency) เป็นตัวช่วยในการรีดไขมันให้ออกจากร่างกายและกระชับกล้ามเนื้อให้ไม่หย่อนคล้อย
หลังจากฉีด เมโสแฟต ทำให้กล้ามเนื้อดูกระชับมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการทำ RF อาจจะเสริมด้วยวิธีการอื่นๆได้อีก เช่น ใช้เครื่องสลิมมิ่งแมชชีน (Slimming Machine) ช่วยตีสลายไขมัน และการเข้าตู้อบอินฟาเรด เพื่ออบสลายไขมัน

คนไข้บางราย ถ้าพบว่ามีอาการบวมช้ำ หรือมีอาการเจ็บปวดบ้างเล็กน้อย ในระหว่างที่ทำและหลังทำจากการฉีดเมโสแฟต ประมาณ 1-3 วัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าอบซาวน่า, การนวด, การดื่มเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์
หลังทำประมาณ 1 อาทิตย์ จึงสามารถเข้ารับการทำทรีทเม้นท์ประเภทต่างๆได้ เพื่อลดช่วยการฟกช้ำให้น้อยลง

การออกกำลังกายหลังทำเมโสแฟต ควรเลือกประเภทกีฬาเบาๆ เช่น การเดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค สามารถออกกำลังกายได้ สัปดาห์ละ 2-3 วัน อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที เพื่อช่วยขับไขมัน ออกจากร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อกระชับเร็วขึ้น และลดการสะสมของไขมันใหม่
หลังจากเข้ารับการสลายไขมันด้วย Meso fat คนไข้ควรปรับพฤติกรรมการกินอาหารใหม่ และมีวินัยในการควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น  เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายกลับมาสะสมไขมันได้อีก

หลังจากเข้ารับการสลายไขมันด้วย Meso fat คนไข้ควรปรับพฤติกรรมการกินอาหารใหม่ และมีวินัยในการควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น  เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายกลับมาสะสมไขมันได้อีก

 
>>ติดต่อสอบถามกด<<
 นัดคิว ประเมินหน้าฟรี!!!
 โดยคุณหมอ ไม่มีค่าใช้จ่าย
    

Powered by MakeWebEasy.com